Language :     

PRODUCTS

 KOU ()
 SAISEI ()  VITE-DETOC

----------------------------------------------



“ยาซาชี่” บุกธุรกิจความงามหมื่นล้าน


ซ้าย ม.ล.ปานพงษ์ วรวรรณ   ขวา พญ.นวลนภา สันติไชยกุล


“ยาซาชี่” บุกธุรกิจความงามหมื่นล้าน สบช่องว่างชนชั้นกลาง เน้นทำตลาด กทม .เจาะกลุ่มคนทำงาน ชูนวัตกรรมเพื่อความงามล่าสุดจาก 2 ทวีป พร้อมบริการระดับพรีเมี่ยม ราคาสบายกระเป๋า ตั้งเป้า 10 สาขาในปีหน้า ด้วยงบกว่า 200 ล้านบาท

           บริษัท ยาซาชี่ จำกัด ผู้ให้บริการคลินิกดูแลผิวพรรณและรูปร่าง ภายใต้แบรนด์ ยาซาชี่ สบช่องทำตลาดธุรกิจความงาม เจาะกลุ่มระดับกลางและกลุ่มคนวัยทำงาน หลังพบว่ายังไม่มีแบรนด์ใดจับจอง พร้อมบุกชิงเค้กธุรกิจความงาม 10,000 ล้าน รับตลาดรวมคลินิกความงามปี 2553 ยังโตต่อเนื่องอีก 10 % พร้อมชูจุดแข็งนวัตกรรมเพื่อความงามล่าสุดจากอเมริกา อิตาลี และสวิสเซอร์แลนด์ ผสานเข้ากับตัวยาที่สั่งตรงจากแดนอาทิตย์อุทัย ผ่านกลยุทธ์ด้านราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมอัดโปรโมชั่นพิเศษจูงใจต่อเนื่อง หวังเจาะกลุ่มหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่วัยทำงาน ตั้งเป้าเปิดครบ 10 สาขา ภายในสิ้นปี 2553 ด้วยงบประมาณกว่า 200 ล้านบาท รับเศรษฐกิจฟื้นตัว

           ม.ล.ปานพงษ์ วรวรรณ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ยาซาชี่ จำกัด ผู้บริหารคลินิกดูแลผิวพรรณและรูปร่าง ยาซาชี่  เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้จะชะลอตัว แต่ธุรกิจความงาม ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2553 คาดว่าภาพรวมตลาดยังมีการเติบโตได้กว่า 10 % โดยมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 10,000 ล้านบาท
“ภาพรวมของธุรกิจเพื่อความงามแข่งขันดุเดือดทุกรูปแบบ ทั้งเรื่องการให้บริการ ราคา คุณภาพสินค้า เทคโนโลยี และนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ เป็นต้น โดยภาพรวมตลาดคลินิกความงามจะแข่งขันอยู่ 2 ตลาดหลักๆ ซึ่งได้แก่ ตลาดระดับ พรีเมี่ยม  15 % โดยมีอยู่ไม่กี่แบรนด์ที่ทำตลาดอยู่ และตลาดระดับแมสคิดเป็น 65 % โดยกลุ่มนี้มีการแข่งขันกันทั้งเจ้าตลาดเดิมและแบรนด์ใหม่ที่ทยอยเปิดให้บริการเป็นระยะๆ  ทำให้ ยาซาชี่ มองเห็นช่องทางในการขยายเซ็กเม้นท์ไปจับตลาดระดับมีเดี่ยม หรือระดับกลางอย่างเต็มรูปแบบ  ซึ่งยังไม่มีแบรนด์ใดเข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง 

           การเข้าสู่คลินิกความงามระดับมีเดี่ยมของ “ยาซาชี่” นั้นได้เปิดให้บริการครั้งแรกที่ เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้บริษัทฯ เดินหน้าเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้ง สาขา อาคารฟอร์จูนเทาวน์  และล่าสุด สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งถือเป็น แฟลกชิปสโตร์ ของแบรนด์ โดยทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท  พร้อมประกาศขยายสาขาเพิ่มเป็น 10 สาขาภายในปี 2553  โดยเน้นเข้าถึงกลุ่มคนหนุ่ม-สาวออฟฟิศ ตามอาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางกรุงเทพเป็นรายแรกและรายเดียวที่เจาะตลาดคนทำงานในเมืองเท่านั้น ด้วยงบลงทุนต่อสาขาอีกประมาณสาขาละ 30 ล้านบาท รวมในปี 2553 ใช้งบการทำตลาดและขยายสาขากว่า 200 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของ “ยาซาชี่” เน้นกลยุทธ์ในการทำตลาด ได้แก่ 1.สร้างภาพพจน์ที่ดีและการรับรู้ของแบรนด์ผ่านภาพลักษณ์ของคลินิก ที่มีคอนเซ็ปต์ความเป็นบูติคสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยคัลเลอร์ ไอเดนติตี้ (Color Identity)  สีชมพู-ขาว 2.เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติ้ง (Celebrity Marketing) โดยชู คุณนาตาลี เดวิส เป็นพรีเซ็นเตอร์ บวกกับการจัดกิจกรรม เชิญเซเลบริตี้มาสร้างแอดเวอร์ทอเรี่ยล (Advertorial) อย่างต่อเนื่อง 3. ชูกลยุทธ์ด้านราคาด้วยนวัตกรรมและการบริการระดับพรีเมี่ยมแต่ราคาที่ประหยัดกว่า 4. การหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นจุดขายที่แตกต่าง นอกจากนี้ทางบริษัทฯ มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ยาซาชี่ เพื่อวางจำหน่ายในคลินิก อีกด้วย  

           ปัจจุบัน ยาซาชี่ มีลูกค้าประจำเข้าใช้บริการกว่า 2,000 คน ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน ส่วนผลประกอบการ บริษัทฯมั่นใจว่าสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 ปี  โดยมีรายได้เฉลี่ย 1 ล้านบาทต่อเดือนต่อสาขา และตั้งเป้าติด TOP 3 ภายใน 5 ปี  โดยในปี 2553 บริษัทฯ คาดหวังรายได้ 120 ล้านบาท ม.ล.ปานพงษ์กล่าวสรุป 
 



แผนผังเว็บไซต์ Home
Our Services / Dermatology
Our Products
Beauty Tips

About YasashiiJapan
Branches Information

FAQ
Webboard
Career


หากต้องการรับข่าวสารจาก YasashiiJapan

ติดตามข่่าวสาร :  

Share |