Language :     
การฉีด Filler อย่างปลอดภัย

วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เรื่อง Filler มาฝากกันค่ะ แนะนำโดยอาจารย์ แพทย์หญิงนวลนภา สันติไชยกุล อาจารย์ประจำอาจารย์ภาควิชาโรคผิวหนัง และ Anti - Aging Regenerative Medicine โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สาขากรุงเทพฯ และผู้อำนวยการบริหาร Yasashii Clinic


Q : คุณหมอค่ะที่จริงแล้ว Filler คืออะไรค่ะ?
A : Filler คือสารเติมเต็ม เป็นคำที่เรียกเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่จริงแล้วเป็น คำที่กว้างมาก ซึ่งในแง่ของเรื่องความงาม ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ คอลลาเจน ซิลิโคนเหลว ไขมัน หรือสาร Hyaluronic Acid ที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน

Q : แล้วที่ได้ยินมาว่า มีผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ไปฉีด Filler เอง อยากทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ค่ะ?
A : จากที่มีข่าวว่าคนที่ไม่ใช่แพทย์ไปฉีดให้ตามคอนโดต่างๆ ถ้าสารที่ฉีดเข้าไปเป็นสารเติมเต็มจะเรียกว่า Filler ก็เรียกได้เช่นกัน แต่สารที่ปลอดภัย ใช้กันมานานกว่า 20 ปี คือ Hyaluronic Acid เท่านั้น ส่วนการใช้ไขมันตัวเอง(Autologous Fat) ก็ถือว่าปลอดภัยเช่นกัน แต่เทคนิคและวิธีการฉีด ค่อนข้างซับซ้อน อยู่ในขั้นพัฒนาเทคนิคและมีราคาค่อนข้างแพง หากในอนาคตมีผลการวิจัยออกมาว่าเทคนิคนี้ผ่านมาตรฐานและดีจริง จะมีข้อดีหากนำมาเติมในบริเวณที่ต้องการเติมปริมาณมาก เช่น สะโพก หน้าอก เนื่องจากต้องใช้ปริมาณหลายร้อย CC ซึ่งตัว Hyaluronic Acid มีราคาที่แพงมาก จึงมีข้อจำกัดในการเติมปริมาณมาก

Q : แล้วกลไกการทำงานของ Filler เป็นยังไงค่ะ?
A : การทำงานของ Filler เหมือนเอาเจลไปเติมข้างใต้ผิวให้ดูเต็ม ดูนูนขึ้น เช่น เป็นร่องริ้วรอยลึก ก็จะเต็มขึ้น หรือหายไป หรือจะสมมุติ Filler เป็นดินเหนียว ดินน้ำมัน ที่เราอยากขึ้นรูป เช่นปั้นจมูกให้โด่ง ปั้นคาง เป้นต้น Filler ถ้าเปรียบเทียบกันระหว่าง คอลาเจน กับ Hyaluronic Acid ถ้ามีความบริสุทธิ์ และมีกระบวนการผลิตอย่างดี จะไม่เกิดอาการแพ้เลยในคนไข้ เพราะสาร Hyaluronic Acid เป็นสารที่ไม่มีส่วนประกอบของโปรตีนที่มาจากสัตว์ จึงไม่เกิดการแพ้ และเป็นสารประกอบที่เรียกว่า Glycosaminoglycan ซึ่งเป็นสารที่ผิวหนังและร่างกายของเรามีอยู่แล้ว เป็น Mucopolysaccharide ส่วนคอลลาเจนนั้น เป็นสารโปรตีนที่สกัดจากเนื้อเยื่อและกระดูกสัตว์ จำพวก วัว (Bovine) จึงเกิดอาการแพ้ได้มาก ซึ่งปัจจุบันนี้ เลิกใช้แล้วในทางการแพทย์ ส่วนซิลิโคนเหลวห้ามใช้เด็ดขาด เนื่องจากเป็นสารแปลกปลอม ซึ่งจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับผิวหนัง ทำให้ผิวหนังติดเชื้อ เน่า หรือทำให้เนื้อตายได้ ซึ่งการรักษาจะต้องเอาผิวหนังส่วนอื่นมาใช้แทนบริเวณที่เนื้อตาย ซึ่งราคาในการรักษาสูงมาก เเละในปัจจุบันแพทย์ จะไม่มีการฉีด ซิลิโคนแล้ว

 

Q : ที่เคยได้ยินว่า Filler ที่จริงแล้วมีประเภทเดียว หรือว่ามีกี่ประเภทค่ะคุณหมอ?
A : ที่จริงแล้ว Filler ทั้งหมด 3 ประเภท แบ่งตามระยะเวลาการสลายตัว

  1. Filler ระยะสั้น (Temporary Filler)  คืออยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี สารจำพวกนี้เช่น สาร Hyaluronic Acid ที่เราใช้ ถ้าเนื้อบางก็จะสลายเร็ว เนื้อหนาจะอยู่ได้นาน
  2. Filler ระยะกลาง (Semi Permanent) คืออยู่ได้นาน 3 ปี สารจำเป็นพวกนี้ สาร Hyaluronic Acid ที่ผลิตออกมาให้มี Crosslink สูง คือ สลายได้ยากขึ้น อยู่ได้ประมาณ 2 ปี หรือสาร Calcium Hydroxylapatite
  3. Filler ระยะยาว (Permanent Filler) คืออยู่ได้นาน มากกว่า 3 ปี ขึ้นไป เช่น Polyacrylamide, PMMA พวกนี้ ถ้าให้ปลอดภัยจริงๆ ไม่มีผลข้างเคียงคือ Hyaluronic Acid เท่านั้น ซึ่งการฉีดสารชนิดนี้แพทย์ต้องมีความเชี่ยวชาญมาก
    เพราะสารตัวนี้จะไม่สามารถสลายได้ด้วยการฉีดยาสลาย Filler จะต้องใช้วิธี เจาะและบีบเนื้อ Filler ออก หรือ
    การผ่าตัด เท่านั้น และพบว่าในบางรายเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะ Permanent Filler ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการผิดรูป หรือเป็นก้อนแข็งผิดปกติได้ โดยเฉพาะหากฉีดในผิวหนังชั้นตื้น

Q : คุณหมอค่ะจากข่าวที่ผ่านมา ว่าฉีด Filler แล้วทำให้เสียชีวิต ข้อเท็จจริงคืออะไร?
A : ถ้าผู้ที่ฉีดไม่ใช่แพทย์หรือเป็นเพียงผู้ช่วยแพทย์การฉีดสารอะไรก็ตามเข้าร่างกายนั้น
อันตรายมาก ผู้ช่วยแพทย์บางคนเห็นการฉีดโดยแพทย์แล้วคิดว่าการฉีด Filler เป็นเรื่องง่าย เลยออกมาฉีดกันเองโดยขาดความชำนาญในการฉีด ทำให้เกิดปัญหาจนถึงขั้นเสียชีวิต แต่การที่จะฉีด Filler ได้อย่างชำนาญนั้นจะต้องมาจากการสั่งสมประสบการณ์ เทคนิคในการฉีด วิธีการฉีด และตัวยาที่ฉีด ข้อควารระวังต่างๆ แพทย์แต่ละท่านอาจจะใช้เวลาถึง 6 ปี ถึงจะฉีด Filler ได้อย่างปลอดภัยได้และมีศิลปะ อย่าลืมว่า ยาเป็นดาบสองคม หากใช้ได้เหมาะสมก็เกิดประโยชน์ แต่ถ้าใช้ผิดใช้โดยไม่รู้จริง ก็จะเกิดโทษ และบางครั้งผลเสีย ก็ถึงชีวิต

Q : จากข่าวที่ออกมาว่าฉีดเพิ่มสะเพิ่มสะโพกใช้เงินไม่ถึง 50,000 มันถูกขนาดนี้เลยหรือเปล่าค่ะคุณหมอ?
A : จากที่มีข่าวว่ามีการฉีด Filler สะโพก ใช้เงินไม่ถึง 50,000 บาท อันนี้เป็นข้อสังเกตุได้อย่างดีว่า สารที่ใช้ ไม่ใช่สาร Hyaluronic Acid ที่ผ่าน อย. แล้ว แน่นอน เพราะการฉีดสะโพกต้องใช้สารปริมาณมาก ต้องใช้หลายร้อย CC จึงจะเห็นผล สมุมติหาก ฉีด Hyaluronic Acid ที่ผ่าน อย. รับรองจริงๆ ราคาต่อ 1 CC อยู่ที่ หมื่นกว่าบาท ราคาจะสูงถึงหลักแสนบาท ดังนั้น จึงไม่ใช่สาร Hyaluronic Acid ที่ผ่าน อย. แล้วแน่นอน หรืออาจเป็นสารอื่นๆไปเลย เช่น คอลลาเจนเหลว หรืออื่นๆ แต่มีสารบางประเภทที่ขายในราคาถูก ขายกันเป็นแกลลอนหรือเป็นถุงลิตร ไม่ผ่าน อย. และอ้างว่าเป็น Hyaluronic Acid ซึ่งไม่ยืนยันว่าเป็นของจริงมั้ย หรือถ้าเป็นจริงอาจจะเป็นเกรดที่ต่ำ ไม่บริสุทธิ์ไม่มีคุณภาพ และราคาถูกมาก มีรายงานว่า มีการนำเอาสารชนิดดังกล่าว มาบรรจุหลอดเปล่าของ Filler ยี่ห้อดังที่ผ่าน อย. แล้ว และเอามาฉีดให้คนไข้ก็มี ซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก ซึ่งในรายที่เป็นข่าวที่ออกมา คือ มีอาการหายใจไม่ออก มึนศีรษะหลังการฉีด 5-10 นาที ซึ่งเกิดเร็วสันนิษฐานว่าเกิดจากอาการแพ้อย่างรุนแรง ที่เรียกว่า Anaphylaxis ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ถูกต้องรวดเร็ว และไม่เอาสารที่แพ้ออก ก็จะทำให้ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ล้มเหลว และเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

Q : เข้าใจว่าสามารถฉีดได้แค่บริเวณใบหน้า แล้วส่วนอื่นฉีดได้มั้ยค่ะ?
A : สามารถทำได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเติมเต็ม หลังมือ เท้าที่เหี่ยวไม่มีเนื้อ หรือจะเติมบริเวณติ่งหูในรายที่อายุมาก แล้วติ่งหูเหี่ยวเนื้อน้อยลง หรือจะเป็นการบำรุงผิวบริเวณเนินอกหรือส่วนอื่นๆ แต่ในกรณี เสริมหน้าอก เสริมสะโพก ไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากจะต้องใช้ Filler ปริมาณมาก ราคาแพง เทคนิคการทำยังไม่ได้รับการรับรองถึงความปลอดภัย และอาจเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ตามมา เช่น การฉีด Filler เสริมหน้าอก พบว่า ตัว Filler เมื่อเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อเต้านม จะเกิด Calcification การสะสมของสารแคลเซียมในเนื้อเยื่อ (Calcification) ซึ่งจะมีผลเสีย เวลาตรวจมะเร็งเต้านมด้วยเครื่อง Mammogram สาร Filler จะเข้าไปบดบังการตรวจ และทำให้แยกไม่ออกว่าเป็นมะเร็งเต้านม หรือเกิดจาก Filler ที่ฉีด

ส่วนอื่นๆ ยังไม่แนะนำ เนื่องจากเทคนิคยังไม่เป็นที่ยอมรับ และมีความเสี่ยง อาจเกิดผลข้างเคียงได้

Q : ผลข้างเคียงในการฉีด เช่น เจ็บในขณะฉีดเกิดขึ้นได้มั้ยค่ะ?
A : แพทย์ที่เชี่ยวชาญในการฉีด Filler ระหว่างการฉีด คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บมาก อาจเจ็บหน่วงๆเพียงเล็กน้อยระหว่างเดินยา หรือบางรายอาจไม่รู้สึกเจ็บ  การฉีดจะเป็นไปด้วยความอ่อนโยน คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลาย และไม่เจ็บอย่างที่คิด รอยช้ำสามารถเกิดขึ้นได้ในบริเวณและตำแหน่งที่ฉีด แต่ไม่มาก หรืออาจไม่มีรอยช้ำเลยหลังฉีดเลย

Q : คุณหมอค่ะ รบกวนแนะนำวิธีการเลือกสถานที่รับบริการค่ะ?
A : ให้เลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ผ่านการรับรองถูกต้อง เชื่อถือได้ แพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และตัวยาที่เลือกใช้ควรเป็นตัวยาที่มีคุณภาพสูง มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และผ่านการรับรองจาก อย. แล้ว หาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีด Filler ในเบื้องต้น จากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อประกอบการตัดสินใจ เลือกแพทย์ที่จะรับบริการ เนื่องจากการฉีด Filler เปรียบเสมือนงานศิลปะ ที่ต้องใช้ฝีมือ ความถนัด และการฝึกฝนเพื่อที่จะฉีดออกมาได้สวย แม้จะใช้ Filler แบบเดียวกัน แต่หากผู้ฉีดเป็นคนละคน ผลที่ได้ก็จะออกมาต่างกัน ดังนั้น ผู้รับบริการ อาจจะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อพูดคุย สอบถาม โดยแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ จะตอบในประเด็นที่เราสงสัยได้ เข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาของเราได้ตรงจุด รวมทั้งอาจขอดูรูปตัวอย่าง Case ที่แพทย์เคยทำ ก็จะทำให้คนไข้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น แพทย์หรือคลินิกที่ดี ควรมีการดูแลคนไข้ หลังเข้ารับบริการ เช่น การโทรสอบถามอาการเพื่อให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเพิ่มเติม การนัดมาดูอาการหลังทำ 1-2 อาทิตย์ หรือ หากคนไข้มีข้อสงสัย หรือเกิดปัญหาหลังการฉีดก็ควรมีการดูแลเป็นอย่างดี รับผิดชอบหากเกิดปัญหาจากการฉีดจริงเพื่อแก้ปัญหานั้นๆ

 



แผนผังเว็บไซต์ Home
Our Services / Dermatology
Our Products
Beauty Tips

About YasashiiJapan
Branches Information

FAQ
Webboard
Career


หากต้องการรับข่าวสารจาก YasashiiJapan

ติดตามข่่าวสาร :   

Share |
女人产后怎么丰胸快四:适量的运动。产后想要丰胸粉嫩公主酒酿蛋,适量的运动是必不可少的。像简单的扩胸和伸展运动还有现在大家都热衷的瑜伽丰胸产品。都是产后丰胸的日常小方法,经常做这些运动可以有效锻炼胸部肌肉,使胸部肌肉更加发达,挺拔而有弹性丰胸导师产品,此外,时刻保持挺胸收腹的姿态也可以有效预防胸部下垂哦,抽时间和宝宝一起做瑜伽也是一种很好的亲子互动丰乳的方法